24 มกราคม 2006

แตงกวาและหัวใจ



เคยคิดมั๊ยว่าการค้นหาความสุขและสิ่งที่เราพอใจในชีวิตนั้นต้องยุ่งยากและเหนื่อยแค่ไหนจึงจะเจอ เคยได้ยินบางคนรำพันว่า "ค้นหามาค่อนชีวิตแล้วยังไม่เจอ" ความสุขหน้าตาเป็นอย่างไรหนอจึงจะเรียกว่าเป็นความสุข...อืม! แต่ดูแตงกวาลูกนี้สิ มันกำลังเติบโตอยู่ติดกิ่งก้านที่เลื้อยพันรอบหลักที่ปักอยู่ แปลกนะมันทำให้ฉันตื่นเต้นใจสั่นระริกได้ อย่างนี้คือความสุขหรือเปล่าหนอ

แตงกวาแปลงนี้เป็นต้นที่ปลูกเองและมีน้องๆ ในร้านต้นไม้คอยช่วยดูแล นึกถึงความรู้สึกของตัวเองเวลาที่เคยเจอผลฟักแฟง หรือบวบที่ออกลูกผลที่เขาปลูกไว้ เห็นแล้วก็ตื่นเต้นดีใจชอบดูทุกที ดูไปก็เกิดความรู้สึกดีๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร สงสัยคงจะชอบเพราะดูมันมีชีวิต แล้วมีผลด้วย แตงกวาแปลงนี้จึงงอกงามขึ้นจากใจที่รอคอยเฝ้าดูอยากเห็นลูกของมัน มาวันนี้ลูกเล็กๆ ของมัน ทำให้รู้สึกว่าความสุขเล็กๆ นี้มีตัวตน

เช้านี้ขณะที่นั่งดูเจ้าแตงกวาพวกนี้ บอกกับตัวเองว่า ไม่ใช่แต่เพียงได้รับผลพวงของมันที่กินได้ แต่มันมีความสุขเข้าไปถึงใจเพราะได้รู้สึกไปถึงคุณค่าในสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ หากเทียบกับราคาที่ซื้อแตงกวาในตลาดกิโลนึงก็ไม่เท่าไหร่ แต่ไม่ได้ผ่านกระบวนการของการสร้างจากความรู้สึก จนรู้สึกรักและหวงแหนเจ้าแปลงผักพวกนี้มาก เพราะมันมีความหมายต่อจิตใจ ช่วยให้ใจอยู่นิ่ง และมีมุมสงบ
ช่วยกล่อมเกลาให้รู้จักอดทนและรอคอย

ยิ่งฉันปลูกผักกินเองได้มากเท่าไหร่ หัวใจฉันก็ยิ่งพองโตและอิ่มเอิบใจเหมือนใบเขียวๆ สดชื่นของเจ้าผักพวกนี้

วันนี้ได้คำตอบกับตัวเองว่า "ความสุขที่แท้จริง อาจจะไม่ต้องดิ้นรนแสวงหายุ่งยากอย่างที่คิด อาจอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง แค่สร้างความมีชีวิต พึงพอใจกับความสุขและสิ่งเล็กน้อยที่มีอยู่ แล้วเก็บเกี่ยวสิ่งนี้ให้มีคุณค่าต่อจิตใจ" เนี่ยบางทีก็เหนื่อยและท้อในบางเรื่อง แต่เจ้าแตงกวาพวกนี้ทำให้เรายิ้มได้

04 มกราคม 2006

ความสุขในวันปีใหม่

ปีใหม่สำหรับฉันข้อดีก็คือ ได้มีวันหยุดยาวๆ และบรรยากาศเอื้อให้ได้หยุดนั่งคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมา และสิ่งใหม่ๆ ที่อยากให้เป็น สิ่งที่รู้สึกวิเศษคือมีโอกาสได้หยุดพักใจให้นิ่งๆ ให้ใจพอได้สติบ้าง นอกจากกิจกรรมต่างๆ ที่พอจะทำแล้วรู้สึกมีความสุขแล้ว ในมุมสงบส่วนตัวมีมุมเล็กๆ มุมหนึ่งที่เป็นกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกว่ามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้จะเป็นกิจกรรมเล็กๆ ไม่ได้มีสิ่งพิเศษอะไร นั่นคือการขลุกอยู่กับเจ้าเพื่อนตัวเล็กครอบครัวหมูหยอง ที่มีสมาชิกคือ หมูหยอง ย่าหยา ที่เป็นตัวพ่อแม่ และช้างกับสิงโตที่เป็นลูก
นี่แหละโฉมหน้าของพ่อหยองกับลูกช้าง



เจ้าช้างเป็นลูกแต่ตัวใหญ่กว่าพ่อ



มีปัญหาอยู่บ้างตรงที่มันซ่าและชอบมีปัญหากับชาวบ้าน



บางทีมันก็เอ๋อๆ แต่เราก็รักเหลือเกิน

นี่พ่อหมูยองเลี้ยงไปเลี้ยงมาตัวเล็กกว่าลูก

แต่ทั้งน่ารัก ฉลาด และแสนรู้


นี่แหละความสุขจากหมาๆ เหลืออีกสองตัวบังเอิญไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เลยอดเป็นดาราหน้ากล้อง ไปอีกมุมหนึ่ง ก็แปลงผักเล็กๆ ที่ปลูกกินเอง ไม่รู้เหมือนกันทำไมรู้สึกสุขใจนักหนาที่เห็นมันโตวันโตคืน คงเป็นเพราะยังไม่เคยกินผักที่ปลูกเอง ได้ความรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง ลงทุนแค่ซองละ 15 บาท มีผักให้กินมากมาย ตอนนี้มีกวางตุ้งกินทุกวัน และเนี่ยผักบุ้งก็กำลังจะโต



แตงกวาที่ปลูกแป๊บเดียวก็โตวันโตคืนเตรียมทำหลักเลื้อย



โหระพาก็กำลังงามดี


และเนี่ยเลยภูมิใจเสนอแปลงต้นหัวไชเท้า พาเจ้าหมูหยองมาชมด้วย



ที่ภูมิใจนักหนาเพราะหัวมันโตพอจะกินได้บ้างแล้ว ว่าแล้วก็ขุดขึ้นมาให้ดู เพิ่งได้เก็บเป็นครั้งแรก ตอนที่เก็บอยู่นั้นบอกกับตัวเองว่านี่คือมุมความสุขเล็กๆ ที่ตัวเองชอบ



หลังจากจับใส่ตะกร้าล้างน้ำ ก็เห็นความขาวจิ้มลิ้มน่ารัก


แล้วก็ได้แปรสภาพมาเป็นแกงส้มทั้งใบทั้งหัวกินได้หมด แถมดอกแคเข้าอีกหน่อย บวกกับน้ำพริกแกงส้มตำมั่วๆ เอง อร่อยอย่าบอกใคร


เนี่ยละหนาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่หาให้กับตัวเองได้